นที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562  เวลา 07.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมนายอำเภอประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562  เวลา 07.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมนายอำเภอประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายทวี จงประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายชำนาญ ชื่นตา ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอทั้ง 20 อำเภอ เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เน้นย้ำในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.แนวปฏิบัติสำหรับหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 และกำหนดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ขอให้ข้าราชการทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สนับสนุนการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่กระทำการในสิ่งที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายอย่างเคร่งครัด และสร้างการรับรู้ รณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง
ในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ขอให้แต่ละอำเภอได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมแผน มีการติดตาม ข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ รณรงค์เผยแพร่เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยผ่านกลไกของกระทรวงมหาดไทย และเครือข่ายต่างๆ คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อร่วมกันชี้แจงทำความเข้าใจ และให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พร้อมทั้งรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยการเดินเคาะตามประตูบ้าน และการใช้สื่อต่างๆ ทั้งวิทยุชุมชน หอกระจายข่าวและเสียงตามสายในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจ และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยอิสระปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง
2.ความร่วมมือเสริมสร้างการรับรู้สู่ชุมชน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “เสริมสร้างการรับรู้สู่ชุมชน”กับ 22 หน่วยงาน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสักขีพยานนั้น เนื้อหาหลักๆ ของการลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว คือ ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนระดับชุมชนและท้องถิ่น ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล โดยให้แต่ละส่วนราชการจัดทำและส่งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายสำคัญของรัฐบาล มาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการแจ้งเตือนภัยต่างๆ ให้เป็นภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดแนวทางสร้างการรับรู้สู่ชุมชน ผ่านกลไกการขับเคลื่อนของกระทรวงมหาดไทยทุกระดับ ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น เวทีประชาคม การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะประชาชน การสื่อสารผ่านวิทยุและโทรทัศน์ เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ วิทยุชุมชน การสื่อสารด้วยระบบออนไลน์ เช่น Facebook LINE และ YouTube รวมถึงการสื่อสารผ่านหอกระจายข่าวที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 72,687 หมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามแนวทาง “ประชารัฐ” ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคการศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองของประชาชนและชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ทุกส่วนราชการจะดำเนินการจัดทำข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ จัดส่งไปยังประชาชนในระดับพื้นที่ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย กระชับ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อการสร้างความพอใจให้กับประชาชน รวมทั้งร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัคร เสริมสร้างการรับรู้ ความรู้ และความเข้าใจให้แก่ประชาชนในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นหลักในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของส่วนราชการต่างๆ และสามารถตอบคำถามให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในนโยบายรัฐบาลและการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ
3.การป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยแล้ง และห้ามเผาเศษวัสดุทางการเกษตร วัชพืช ที่อาจทำให้เกิดหมอกควันและมลพิษในอากาศ จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2562
3.1ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุภัยแล้งให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมทั้งซ่อมแซมแหล่งเก็บกักน้ำและภาชนะเก็บน้ำกลางให้อยู่ในสภาพใช้การได้
3.2ให้อำเภอจัดทำฝายชะลอน้ำชั่วคราวเพื่อกักเก็บน้ำ และจัดทำโครงการปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นแนวป้องกันวาตภัยในอนาคต
3.3ให้โครงการชลประทานร้อยเอ็ดร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาคสาขาทุกสาขาบริหารจัดการน้ำในการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง
3.4เตรียมการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้ตัดแต่งกิ่งไม้ ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนให้มีความมั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันพายุฝนฟ้าคะนองตลอดช่วงพายุฤดูร้อน
3.5ห้ามเผาหญ้า ขยะ พืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อยหรือสิ่งอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ให้เปลี่ยนวิธีการกำจัดวัชพืชและผลผลิตทางการเกษตรเป็นการทำปุ๋ยหมัก หรือใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการเร่งการย่อยสลาย หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเผา จะต้องทำแนวกันไฟและควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้แจ้งขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
3.6ให้หน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกหน่วยงาน ปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีในการงดการเผาทุกชนิดในพื้นที่รับผิดชอบ
4.โครงการ “รักษ์ชีวิต รักษ์ สาเกต รวมใจเป็นเขตหมวกนิรภัย 100 %” จังหวัดร้อยเอ็ด “HELMET 100 %” จังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดทำ โครงการ “รักษ์ชีวิต รักษ์สาเกต รวมใจเป็นเขตหมวกนิรภัย 100 %”เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ปลูกฝังวินัยจราจรอันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่มีความปลอดภัย ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ที่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ส่วนราชการ องค์กรภาคประชาชน ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้พบเห็น และเพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพิ่มวินัยจราจร และก่อให้เกิดการบอกต่อในสังคม สำหรับเป้าหมายการดำเนินการ ได้แก่ บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด และประชาชนที่มาติดต่อราชการ ต้องสวมหมวกนิรภัย 100% ซึ่งกำหนดการดำเนินการเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก เป็นการประชาสัมพันธ์ ตักเตือนก่อน ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2562 ส่วนระยะที่ 2 เป็นการบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ขอให้หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านได้แจ้งให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่มีภารกิจเดินทางมาติดต่อราชการหรือมาปฏิบัติราชการ ณ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ขอให้ปฏิบัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครัดด้วย

(Visited 1 times, 1 visits today)